จอร์จ วอชิงตัน (George Washington)

 
      จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา  
 
จอร์จ วอชิงตัน เกิดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1732เป็นผู้นำทางทหารและการเมืองที่
 
โดดเด่นของสหรัฐอเมริกาที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น ระหว่าง ค.ศ. 1775 ถึง 1799 เขานำสหรัฐจน
 
ได้รับชัยชนะเหนือบริเตนใหญ่ในสงครามปฏิวัติอเมริกัน (เป็นสงครามระหว่างสหราชอาณา
 
จักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ฝ่ายหนึ่ง กับสิบสามอาณานิคมอังกฤษในทวีปอเมริกาเหนือ
 
อีกฝ่ายหนึ่ง)
 
จอร์จ วอชิงตัน (George Washington)ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา
 
เขาเริ่มต้นด้วยการทำอาชีพ เกษตร  

ค.ศ. 1749 เขาถูกแต่งตั้งให้อยู่ในสำนักงานสำรวจ คัลเปเปอร์ เคาท์ตี้ (รัฐเวอร์จิเนียร์) ซึ่งเป็นที่
 
ดินแดนแห่งใหม่

ค.ศ. 1752 เมื่ออายุได้เพียง 20 ปี จอร์จ วอชิงตัน เข้าเป็นทหารมีหน้าที่ฝึกทหารกองหนุน

ค.ศ. 1753 วอชิงตันได้รับการร้องขอจากผู้ว่าการอาณานิคมแห่งเวอร์จิเนีย

ปี ค.ศ. 1754  จอร์จ วอชิงตัน ได้รับยศพันโทและได้เดินทางไปยังป้อม Fort Duquesne เพื่อ
 
ไปขับไล่ชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส เขาจัดการทหารหน่วยสอดแนมของฝรั่งเศสไปกว่า 30
 
นาย แต่เขาก็ต้องพ่ายแพ้ในสมรภูมินี้ เพราะข้าศึกมีกำลังเหนือหว่า พื้นที่คุ้นเคยชัยภูมิดีกว่า
 
วอชิงตันได้รับการปล่อยตัวจากพวกแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส และได้กลับสู่เวอร์จิเนีย

ค.ศ. 1755 วอชิงตันเป็นนายทหารผู้ช่วยของนายพลเอ็ดวาร์ด แบร็ดด็อกแห่งอังกฤษ แต่เหตุร้าย
 
นายพลเอ็ดวาร์ด โดนลอบสังหารในระหว่างเดินทาง ตามประวัติเล่าว่า ในการเดินทางหรือการ
 
เดินทัพนั้นตอนที่นายพลเอ็ดวาร์ดโดนลอบสังหารเขาเป็นผู้ขี่มาตลุยไปทั่วทุกสมรภูมิเพื่อรวบรวม
 
กำลังรบที่เหลือของอังกฤษ เพื่อที่จะเตรียมการถอยทัพหลังจากจบเรื่องวุ่น จอร์จ วอชิงตัน จึง
 
ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลชายแดนแถบเทือกเขาเวอร์จิเนีย โดยตบรางวัลให้เลื่อนยศ
 
เป็นพันเอกผู้บัญชาการแห่งกองกำลังเวอร์จิเนียทั้งหมด

ค.ศ. 1758 วอชิงตัน  ติดยศนายพลจัตวาในคณะเดินทางของ Forbes ที่บังคับให้ฝรั่งเศส
 
อพยพถอนทัพออกจาก Fort Duquesne หลังจากปีนั้นเขาได้ลาออกและกลับไปทำไร่ของเขา
 
เป็นเวลาถึง 16 ปี ไปเป็นนัการเมืองท้องถิ่นที่เวอร์จิเนีย แทน
 
มาร์ธา แดนดริดจ์ คัสทิส

6 มกราคม ค.ศ. 1759 จอร์จ วอชิงตัน ได้แต่งงานกับ  มาร์ธา แดนดริดจ์ คัสทิส ที่บ้าน
 
หลังนึงที่มีชื่อว่า ไวท์เฮาส์ (White House) ซึ่งชื่อบ้านนี้ได้กลายเป็นชื่อทำเนียบขาวต่อมา
 
ในปัจจุบัน

 - วอชิงตันได้รับเลือกให้เป็นฝ่ายนิติบัญญัติของสภาประจำเวอร์จิเนีย

วอชิงตันมีบทบาทการเป็นผู้นำให้แก่ชาวอาณานิคมในการต่อต้านอังกฤษ เกิดความขัดแย้ง
 
ระหว่างอาณานิคมอเมริกันกับประเทศอังกฤษเพราะอาณานิคมไม่พอใจที่ถูกเรียกเก็บภาษี 

และปกครองโดยรัฐบาลอังกฤษ 

ค.ศ. 1769 จอร์จ วอชิงตัน ได้ยื่นหนังสือข้อเสนอเรื่องการคว่ำบาตรสินค้าที่มาจากอังกฤษ
 
จนกว่าจะมีการยกเลิกพระราชบัญญัติทาวน์เชนด์ (ภาษีใบชา ) และในที่สุดมีนาคม 1770
 
ถูกบังคับให้ยกเลิก "กฎหมายทาวน์เซนด์

ค.ศ. 1774  วอชิงตันได้เห็นพระราชบัญญัติ (Intolerable Acts) ที่บีบคั้น ลดทอดสิทธิ
 
ประโยชน์ของชาวอาณานิคม โดนเฉพาะเรื่องการปิดอ่าวบอสตัน จากกรณี Boston tea party

ทำให้เขาจัดการประชุมโดยตัวเองเป็นประธาน จนเกิดข้อตกลงแฟร์แฟ็กซ์ (Fairfax Resolves)
 
ต่อมาเขาได้เข้าประชุมเวอร์จิเนียครั้งที่ 1 (First Virginia Convention) และได้รับเลือกจาก
 
ที่ประชุมให้เป็นตัวแทนไปประชุมสภาอาณานิคมที่ 1 (First Continental Congress) อันเป็น
 
เหตุการณ์ที่นำไปสู่การประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ

ค.ศ. 1775 ในการประชุมสภาอาณานิคมที่ 2 (Second Continental Congress) เป็นการแสดง
 
จุดยืนว่าเขาต้องการรบเพื่อให้ได้มาซึ่งอิสระภาพของเหล่าอาณานิคมทั้งหลาย จอร์จ วอชิงตัน
 
ได้ก่อตั้งกองทัพบกที่เรียกว่ากองทัพฝ่ายอาณานิคม (Continental Army)ในวันที่ 14 มิถุนายน 

เขารบอยู่หลายสมรภูมิส่วนใหญ่จะเสียเปรียบ จนถึง ค.ศ. 1780 โดยคำสั่งของเขากองทัพนาย
 
พลจอห์น ซูวิลเลียน, ได้ตอบโต้ต่อการที่ Iroquois และ Tory โจมตีชาวอาณานิคมอเมริกัน
 
ในช่วงต้นของสงคราม เป็นการรบชนะที่เด็ดขาด สามารถทำลายอย่างน้อย 40 หมู่บ้าน
 
ในตอนเหนือของนิวยอร์กและในวันสำคัญก็มาถึง
 
 
วันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 1781 หลังจากชัยชนะของกองทัพเรือฝรั่งเศส ทำให้กำลังทัพของ
 
อังกฤษต้องถูกกักอยู่ที่เวอร์จิเนีย ทำให้ต้องยอมแพ้สงครามได้ยุติลง กองทักโดยการนำของ
 
จอร์จ วอชิงตัน ได้รับชัยชนะ เป็นชัยชนะที่ไม่ได้มีมากครั้งแต่เป็นครั้งสำคัญที่สุดของเขา
 
หลังจากจัดการเรื่องการเข้ายึดครองและปัญหาระหว่างสภา กับ นายพลในกองทัพเขาก็ได้
 
ลาออกจากตำแหน่งไปอยู่ที่เมานต์เวอร์นอน ในช่วงเวลาสั้นๆ ไปทำหน้าที่หารเมืองของเขา
 
แบบเดิมจนต่อมา ทุกคนในสภาและคณะเลือกตั้ง มีมติเอกฉันท์เลือกวอชิงตันเป็นประธานาธิบดี
 
และเลือกอีกครั้งในการเลือกตั้ง
 
ปี ค.ศ. 1792 เขายังคงได้รับคะแนนอิเล็กโทรรัล โหวต 100% เหมือนเดิม2 สมัยซ้อน ซึ่งดู
 
เหมือนว่าทุกคนจะต้องการให้เขาเป็นต่ออีกทางสภาก็เรียกร้องจะให้วอชิงตันเป็นต่อไปอีก
 
แต่ทาง จอร์จ วอชิงตัน ได้ปฏิเสธที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกครั้งโดยใช้เหตุผล
 
เรื่องสุขภาพที่ไม่ดี การที่เขาลาออกจากผู้บัญชาการทหารในตอนที่ทำสงครามประกาศ
 
อิสระภาพสำเร็จนั้น เป็นเรื่องที่มีอิทธิพลน่ายกย่องมากในยุโรปเปรียบเหมือนว่า เขาไม่ได้ใช้
 
อำนาจทางทหารเข้าควบคุมและอยู่ในอำนาจแล้วส่งต่อให้สภาบริหารต่อ รวมถึง การที่เขา
 
ลาออกหลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบวาระตามจริงก็จะหยุดตั้งแต่สมัยแรกแล้ว
 
แต่ทางสภาได้ขอให้เขาเป็นต่ออีกครั้ง พอหมดสาระที่สมัยที่ 2 สภาก็อยากให้เป็นอีกแต่
 
วอชิงตัน รู้สึกว่าจะเป็นการกุมอำนาจบริหารมากเกินไปจึงบ่ายเบี่ยงอ้างเรื่องสุขภาพไม่ยอมรับ
 
ตำแหน่งต่อ จึงหลายเป็นบรรทัดฐานของ ปธ.คนต่อๆไปว่า ไม่ดำรงตำแหน่งเกิน 2 สมัย
 
เว้นภายหลังที่ ปธ.รูสเวลต์ ที่ช่วงนั้นมีงครามโลกครั้งที่ 2 จึงต้องสมัครเข้ามาต่อเป็นสมัยที่ 3
 
เพื่อจะมาจัดการเรื่องสงครามโดยเฉพาะ แต่หลังจากนั้นก็มีการแก้กฏหมายว่าห้ามดำรง
 
ตำแหน่งเกิน 2 สมัย เรียบร้อย
 
จอร์จ วอชิงตันดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ 30 เมษายน ค.ศ. 1789 – 4 มีนาคม ค.ศ. 1797

ค.ศ. 1797 วอชิงตันกลับไปยังเมานต์เวอร์นอน กลับมาทำไร่ (มีทาสทำตัวเองคงเป็นประมาณว่า
 
จัดการเรื่องใหญ่ๆ ตอนนั้นยังไม่มีการเลิกทาส การเลือกทาสอยู่ในช่วงสงครามกลางเมือง
 
สมัยของ อับราฮัม ลินคอร์น

จอร์จ วอชิงตัน ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินนะครับ เพราะแต่งงานกับแม่ม้ายลูกติดมีที่ดินทรัพย์สิน
 
มหาศาล มาตั้งแต่ก่อนเป็นผู้บัญชาการกองทัพประกาศเอกราชเสียอีก

วันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1799 จอร์จ วอชิงตัน เสียชีวิตช่วงเวลาหัวค่ำ เพราะเขาเกิดเป็นหวัด
 
หลังจาก ไปลุยหิมะ มีไข้และหลอดลมอักเสบและหลายเป็นปอดบวมและด้วยการรักษาในสมัยนั้น
 
ทำให้เขาต้องเสียชีวิตลงด้วยวัย 67 ปี นับว่าเขาเป็นบุคคลสำคัญคนนึงที่มีอิทธิพลต่อคนอเมริกัน
 
และผู้ปกครอง นักประชาธิปไตยในยุโรปเลยทีเดียวในยุคต่อๆมาด้วยเช่นกันการกระทำของเขา
 
นับว่าเป็นการเสียสละเพื่อส่วยรวมโดยแท้
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet